[EBF] แด่เพื่อนที่ล่วงลับ : 2.3.4

posted on 20 May 2014 22:10 by darkreligeon in EBF
 
 
 
 
 
 
 
เควส : เยี่ยมสุสาน
หมายเลขประจำตัวทหาร : #2175 , 2095 , 2148
(ขออนุญาติรวบมาไว้ด้วยกันแต่จะแยกเป็นช่วงๆให้)
 
ต่อจากเอนทรี่ นี้
 
 
 
 
 
(2175)
 
' ผมเห็นเธอ...ผู้หญิงที่แตกต่างไปจากผู้คนตรงนั้น '
เขามองไปยังภาพเด็กสาวที่ค่อยๆสลายกลายเป็นไอหมอกสีดำหายไป หล่อนดูไม่น่าใช่วิญญาณ
แต่ก็ไม่มีใครมองเห็นนอกจากคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ตรงนั้น
วันนี้เป็นวันที่เขาเห็นวิญญาณคนตายมากกว่าปกติ วิญญาณที่น่าสงสาร พวกเขาเอาแต่โศกเศร้า เสียใจ
เป็นทุกข์ บ้างก็เอาแต่เดินตามบรราญาติที่มาเยี่ยมหลุมศพของตน เสียงกู่ร้องอย่างน่าเวทนาของพวกเขา
ดังเข้ามาเต็มสองรูหูบุรุษพยาบาลหนุ่มอย่างจัง
 
' ฉันอยู่นี่ '
' ฉันขอโทษที่อยู่ต่อไปไม่ได้ '
' ฉันอยากกลับบ้าน '
 
ช่างน่าเวทนา...ดีฟอลได้แต่มองภาพเหล่านั้นแล้วคิดตาม 
ครั้งหนึ่งตอนผ่านช่วงสงครามไปได้ไม่นาน แพทย์คนหนึ่งที่เขารู้จักดีได้อาหารทรุดหนักจากเหตุการณ์เผา
สตอร์มโบรูนในสงครามช่วงแรก โชคยังดีที่ไม่เป็นอะไรมากไปกว่านั้น แต่เขากลับไม่ฟื้นขึ้นมาเลยเป็นระยะเวลา
ราวๆเดือนกว่าๆได้ ดีฟอลไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง มันคงไม่ดีกับภรรยาของหมอแน่นอน
ถ้าในวันนั้นไม่ได้เดินเจอกันโดยบังเอิญและไม่ได้คุยกัน ตอนนี้หมออาจจะยังไม่ฟื้นก็ได้ ดูท่าแล้วอาการของ
หมอคงจะยังไม่เป็นปกติดีนัก วันนี้เขาจึงไม่ได้มาร่วมพิธีที่สุสานด้วย
 
' หวังว่าตอนนี้คุณจะสบายดีนะครับหมอ '
 
แต่ก็มีอีกครั้งหนึ่ง...ในวันที่ทุกอย่างเริ่มจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทว่าเพื่อนพ่อครัวชาวเอลฟ์ที่เขารู้จักดีอีกคนหนึ่งก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเป็นคนละคน เขาถูกความเศร้า
ความผิดหวัง ความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างปฎิเสธไม่ได้เข้าครอบงำ มาคารอฟ...เงามืดในตัวเขาช่างน่ารำคาญ
สำหรับดีฟอลหลือเกินและก็ยังถือเป็นโชคดี ที่ตอนนี้เขากลับมาได้สติเป็นคนเดิมเรียบร้อยแล้ว
 
บางครั้ง เขานึกน้อยใจกับตัวเอง ที่ผู้หญิงน่ารักบางคนต้องมาคอยเป็นห่วงเขาเสมอ
ในตอนนี้หล่อนเองก็ยังกลับมาพูดแบบปกติไม่ได้ สงครามครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด
 
คนตายจะไปทำอะไรได้
 
เขาได้แต่หัวเราะกับตัวเองเงียบๆในใจ ชั่วขณะหนึ่งเขาคิดถึงเด็กสาวตัวเล็กกระจ้อยร่อยที่เขารักและเอ็นดูเสมอ
แม้ว่าหัวใจจะหยุดทำงานไปแล้ว น้องสาว...ครอบครัว... เธอจะต้องเสียใจมาก เธอจะต้องโทษตัวเองอีกตั้ง
เป็นร้อยเป็นพันครั้งกับการตายของเขา ดีฟอลรู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน
 
' จนถึงตอนนี้สิ่งนั้นก็ยังปิดตายอยู่สินะครับ '
 
เขาหันมองไปยังทหารสาวคนหนึ่ง ผมสีกุหลาบอ่อนกับเปียยาวสองข้างดูต่างไปจากหลายปีก่อน
แม้ในตอนนี้เขาจะรู้ว่าเป็นเธอจริงๆที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น แต่ข้อตกลงย่อมต้องเป็นข้อตกลงเสมอ
เขายังคงต้องรอ...รอวันที่เธอจะจำได้ว่าเขาคือใคร
 
เพราะสำหรับเธอแล้ว คงไม่มีคำว่าปาฎิหารย์ และคนตายจะฟื้นขึ้นมาไม่ได้
...ไม่มีวัน
 
 
--------------------------------------------[ENDPART2]----------------------------------------
 
 
 
(2095)
 
วันนี้...เป็นวันที่เจ้าหล่อนถูกมองด้วยสายตาแปลกๆมากที่สุดในชีวิต
แน่นอนว่าปกติโจรสลัดมักจะเป็นฝ่ายที่ถูกเกลียดขี้หน้าเป็นธรรมดา พอยิงเป็นเรื่องแบบนี้แล้วยิ่งไปกันใหญ่
 
' ช่างน่าสมเพชจริงๆนะตัวข้า '
 
เซาท์ ไอโรเมซ่า ในตอนนี้เธอไม่ใช่รองกัปตันเรือไร้ชื่อนั่นอีกต่อไป กัปตันของเธอตาย
ลูกเรือของเธอเองก็ตาย แม้แต่ตอนที่เรือจมหายไปในทะเล เธอก็ไม่ได้อยู่เห็นมัน จากสุนัขสีเลือดที่น่าเกรงขาม
ถูกลดตัวลงมาเป็นเพียงปลาน้อยในอ่างว่ายวนไปมา ทุกๆครั้งที่คิดถึงเรื่องเหล่านี้มันก็มักจะทำให้หัวเราะใส่
ตัวเองได้ไม่มีวันหยุด หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและทำมันพังในทุกๆครั้งนั้นช่างน่าอับอาย
 
' กี่ชีวิตกันที่พาตัวเองมาตายที่นี่ '
' ไม่สิ... '
' กี่ชีวิตที่ต้องถูกส่งไปตายอย่างสูญเปล่า '
 
สายตาที่มองตรงไปยังหลุมศพนับร้อยภายใต้เลนส์แว่นหนา ลึกลงไป เต็มไปด้วยคำขอโทษจากใจจริง
ใครๆต่างก็มองว่านี่ไม่ใช่ที่ที่หล่อนสมควรจะมา หล่อนควรจะถูกฝังรวมไปกับพวกเขาให้นรกสาปส่งให้ตาย
ใช่..หล่อนก็คิดเช่นนั้น แต่หากจะให้หล่อนนิ่งเฉยโดยที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนคนตาย หล่อนคงต้องเป็นบ้า
ขึ้นมาอีกหนกับเรื่องจุกจิกพวกนี้
 
"ยังกังวลเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ"
เหมือนถูกดึงให้หลุดออกจากภวังค์ เซาท์ ไอโรเมซ่าเงยหน้ามองผู้หญิงที่ช่วยชีวิตหล่อนเอาไว้
"ข้าดูเป็นยังไงล่ะตอนนี้" หล่อนยิ้มพลางหัวเราะกลบเกลื่อน
"ไม่ค่อยดี..." ในเวลาที่ทุกข์ร้อนใจคนเรามักจะต้องมีใครสักคนที่ค่อยอยู่ข้างๆเสมอ หล่อนคิดแบบนั้น
และคนที่ว่าก็ยืนอยู่ข้างๆหล่อนในตอนนี้แล้ว ดีไนน์ เกรย์ เป็นเพื่อนทหารคนเดียวที่หล่อนคบด้วย
 
"เจ้าเองก็ด้วย ไม่ไป...หาอะไรกินรึไง?"
"ฮ่ะฮ่า--- เวลาแบบนี้น่ะนะ ไม่ดีมั้ง"
 
ทั้งคู่ยืนคุยกันไปเรื่อยๆไม่ใกล้ไม่ไกลจากหลุมศพนับร้อยแบบผู้หญิงที่สูญเสียมาก็ไม่ได้มากน้อยไปกว่ากัน
ทั้งคู่รู้ดีว่าชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะมานั่งเสียใจ เพราะ...ถ้าไม่รีบยิ้มตอนนี้ ก็กลัวว่าจะไม่ได้ยิ้มอีก
ตลอดไป...
 
 
--------------------------------------------[ENDPART3]----------------------------------------
 
 
 
(2148)

ในช่วงพิธีการที่ผ่านมา มันดูจะเป็นระยะเวลาสั้นๆสำหรับคนที่แค่เดินทางผ่านมาและผ่านไป
แต่กลับดูเป็นระยะเวลาอันแสนยาวนานสำหรับหลายๆคนที่ยังจมดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการสูญเสีย
เรือเอกดีไนน์ เกรย์ รู้ดีว่าช่วงเวลาเหล่านี้ผ่านไปได้ยากเย็นแค่ไหน
บางคนอาจจะใช้เวลาเพียงหนึ่งวันเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ต้องทุกข์ทนกับการสูญเสีย แต่กับอีกหลายๆคน
อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรืออาจจะถูกขังให้จมอยู่กับมันไปทั้งชีวิต
 
' อย่าโทษตัวเองกันเลยนะ... '
 
เธอมักจะพูดประโยคนี้กับใครหลายๆคนเสมอแม้ว่าจะทำไม่ได้ และไม่เป็นผล
การให้อภัยตนเองเป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับเธอเหลือเกิน
 
' ดีไนน์... '
 
หนึ่งเสียงที่คุ้นเคยดีดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้งหลังจากไม่ได้ยินมานานหลายปี
' ใครกันนะ ' เธอคิด ภาพในความทรงจำช่างเลือนลางเหลือเกิน ดีไนน์เคยพยายามนึกอยู่หลายหน
แต่ก็พบเพียงหมอกสีขาว ผีเสื้อ และความว่างเปล่าอยู่ในนั้นราวกับว่ามันถูกลบออกไปแล้ว
 
' ดีไนน์ '
 
เสียงนั้นดังขึ้นอีกหนพร้อมกับภาพความทรงจำของวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ
ภาพของพ่อที่ร้องไห้ ล้มทั้งยืน และคร่ำครวญให้กับศพของพี่ชายที่ตอนนี้นึกหน้าไม่ออกแล้ว
ภาพเหล่านั้นค่อยๆไกลจนหายไปในที่สุด เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะหงายหลังตึงเอาให้ได้
แต่ก็ถูกใครสักคนประคองไว้จากด้านหลัง
 
"ไม่เป็นไรนะ?"
 
เสียงของเพื่อนร่วมงาน บุรุษพยาบาลเขาเป็นทั้งคู่และมักชอบทำให้เธอหงุดหงิดใจเสมอ
ดูเหมือนเขาจะเสียหลักเล็กน้อยเพราะขาดสมดุลในร่างกายเพราะในตอนนี้เขาเหลือแขนเพียงข้างเดียว
ซึ่งนั่นจะทำให้เธอเลิกด่าว่าเขาแรงๆไปอีกนาน
 
"แันไม่เป็นไรน่าจี" เธอผละออกมา
"ถ้ารู้สึกไม่ค่อยดี กลุ่มพยาบาลอยู่ทางนั้นนะครับ เรียกผมก็ได้" เขาพูดอย่างเป็นห่วง
"ถ้ารู้สึกไม่ดี...ฉันควรจะไปหาอะไรกินมากกว่าสิจริงมั้ย"
 
เธอยิ้มแล้วเดินตรงไปที่ซุ้มอาหารทันที่ก่อนที่เขาจะจับได้ถึงความด้านชาในจิตใจเธออย่างที่ใครๆไม่เคยพบ
ในวันนี้เธอรู้สึกนิ่งเฉย ไม่เสียใจใดๆกับคนที่จากไป ใช่...เธอเป็นคนกลุ่มแรกที่ว่า คนที่ทำใจเพียงวันเดียว
แล้วก็เลิกเสียใจกับเรื่องที่พบเจอ เพราะดีไนน์ เกรย์คนก่อนในอดีตได้ตายจากเธอไปแล้วหลังเดินทางออก
มาจากจื้อ ในตอนนี้คนที่ทำให้เธอรู้สึกหม่นหมองใจจึงไม่ใช่คนตาย คนเป็นต่างหากที่น่าเป็นห่วง
ใครบางคนที่ดูเสียสูญ ห่างไกลออกไปเรื่อยๆจนตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจว่าจะเอื้อมถึง เขาดิ่งลงไปลึก
มากเหลือเกินและอาจจะกลับขึ้นมาไม่ได้ เธอมองไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่เธอพร้อมจะตายแทนเขาได้ทันที
 
จะโหดร้ายกับเขามากเกินไปมั้ยถ้าเธอกลับไม่รู้สึกสงสารเขาเลย
สิ่งที่กำลังทำอยู่ในแต่ละวันเปรียบเหมือนความต้องการจะเอาชนะ เอาแต่ใจตัวเองแบบเด็กๆของเธอ
 
' คิดแล้วมันน่าน้อยใจดีจริงๆ '
 
เธอเลิกคิดเรื่องทั้งหมดนั้นและลงมือตักอาหารที่อยากกินทั้งหมดลงถาด แทบจะไม่มีใครกินอาหารเลยสักคน
แน่นอนว่าพวกเขากินมันไม่ลง ต่อให้หิวแทบขาดใจก็คงจะไม่มีอารมณ์กิน แต่โชคยังดีที่เธอเจอเพื่อนคนนึง
พลทหารดิโอ วิลล์ยังอยู่ตรงนี้ใกล้ๆเธอและกินพุดดิ้งของเขาได้อย่างปกติ มันทำให้เธอนึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
ขอแค่มีคนที่หายดีขึ้นสักนิดก็ยังดี ใครก็ได้แค่สักคนหรือสองคนที่ทำให้เธอดูไม่เป็นคนใจดำที่ไม่รู้คิดจะรู้สึก
ทุกข์ร้อนกับเหล่าคนตายนับร้อยตรงหน้าจนเกินไปเธอก็อุ่นใจ
 
เพราะชีวิตยังต้องเดินต่อไป
แม้ว่าจะสูญเสียมากน้อยแค่ไหนก็ตาม
ตราบเท่าที่ยังหายใจ
 
เธอยังต้องเดินต่อไปแม้ทางข้างหน้าจะถูกบังคับไปเพียงลำพังก็ตาม
 
 
--------------------------------------------[ENDPART4]----------------------------------------
 
 
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทำครบทุกพาร์ทแล้วแง /ลงไปนอนตาย
แอบแง้มๆประวัติของทุกคนด้วย แล้วก็เหมือนอัพเดทสตอรี่ไปพลางๆ
ไว้จะเอาไปอัพสำรองไว้ที่อื่นด้วยนะคะ ตอนนี้ขอแปะไว้ในเอ็กทีนซะก่อน
 
/ลาไปปั่นโดต่อล่ะ
ราตรีสวัสดิ์และเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet